ยาบำรุงครรภ์ เป็นยาที่หมอจะจ่ายให้เฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เพื่อบำรุงทารกในครรภ์

ยาบำรุงครรภ์  สิ่งที่คุณแม่ตั้งท้องกังวลมากที่สุดคือการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของร่างกายและมันสมองของลูกคุณแม่ส่วนใหญ่เน้นการบำรุงครรภ์ไปที่น้ำหนักของทารกและความฉลาดของทารกในครรภ์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วอาหารเป็นส่วนสำคัญของเรื่องดังกล่าว แต่กรรมพันธุ์ก็มีอิทธิพลในเรื่องดังกล่าวมากถึง 50%

ยา

ยาบำรุงครรภ์ จำเป็นมั้ยสำหรับคุณแม่

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่จะต้องไปหาคุณหมอเพื่อทำการฝากครรภ์ และจะได้รับยาบำรุงร่างกาย วิตามิน เพื่อมาบำรุงร่างกายของคุณแม่และลูกในครรภ์ ตามอายุครรภ์ของคุณแม่ให้เหมาะสม และตรวจเช็คสุขภาพเบื้องต้น คุณแม่จะได้รับคำแนะนำให้ดูแลสุขภาพร่างกายรวมทั้งได้รับยาบำรุง ครรภ์มากินในการตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนจึงสงสัยว่า บำรุงครรภ์ จำเป็นต้องกินมั้ย เราจึงหาข้อมูลในเบื้องต้นมาตอบคำถาม ให้ทราบว่า ยาบำรุง ครรภ์ มีสรรพคุณอย่างไร?

คุณแม่ต้องกินยาบำรุงครรภ์อะไรบ้าง

  • กรดโฟลิกหรือโฟเลต เป็นยาช่วยลดความเสี่ยงในเด็กที่เกิดอาการผิดปกติทางร่างกายพิการตั้งแต่กำเนิดโดยเฉพาะสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์และสารสำคัญช่วยในการสร้างพันธุกรรม RND และ DNA ทำงานร่วมกับ วิตามินB12 ในการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • ธาตุเหล็ก วิตามินซี เป็นสารอาหารที่คุณแม่ต้องทานตลอดการตั้งครรภ์ เพราะธาตุเหล็กจะเป็นตัวไปสร้างออกซิเจนให้เลือดไหลเวียนดี ถ้าคุณแม่ขาดธาตุเหล็กจะทำให้คุณแม่ เลือดจางหลังคลอดลูก ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่อยู่ในร่างกายของคนเราอยู่ในเม็ดเลือดแดง เด็กทารกที่คลอดออกมาแล้วไม่ควรปล่อยให้ขาดธาตุเหล็กเพราะจะทำให้ส่งผลกระทบถึงการเจริญเติบโตทางด้านสมอง ทำให้ไอคิวลดลง5-10% และไม่สามารถให้กินภายหลังได้เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคญมาก
  • แคลเซียม คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซี่ยมมากกว่าคนปกติเพราะทารกในครรภ์จะดึงแคลเซียมจากร่างกายของคุณแม่ไปใช้ในการสร้างเซลล์ต่างๆในร่างกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมวันละ 1000 มิลลิกรัม/วัน ควรดื่มนมเพื่อให้ได้แคลเซี่ยมวันละ1ถึง2แก้ว แต่ไม่ควรดื่มมากกว่านั้น เพราะอาจทำให้ทารกแพ้นมวัวได้ หากคุณแม่ดื่มเป็นนมถั่วเหลืองแทนให้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเพราะในน้ำนมถั่วเหลืองมีปริมาณแคลเซียมที่น้อยกว่านมวัวประมาณครึ่งนึง และแนะนำให้ดื่มเป็นรสจืด
  • วิตามินรวม ประโยชน์ของวิตามินรวมที่มีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ วิตามินรวมอาจไม่จำเป็นต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกรายคุณหมอจะพิจารณาเฉพาะบุคคลไป บางคนอาจได้รับบางคนอาจไม่ได้รับ คนได้รับอาจจะอยู่ในอายุครรภ์ที่แตกต่างกันออกไป มาหารับประทานอาหารครบห้าหมู่หรือหลากหลายวิตามินรวมเสริมอาจไม่จำเป็น

ยาบำรุงครรภ์แต่ละโรงบาลเหมือนกันมั้ย

คุณแม่หลายคนอาจมีข้อสงสัย ว่าทำไมได้ยาไม่ครบทุกตัวตามที่กล่าวไว้ ชื่อยา เม็ดยา ไม่เหมือนกันกับคุณแม่ตั้งครรภ์คนอื่น เรามีคำาอธิบายความสงสัยดังกล่าวนี้ ลักษณะของเม็ด สี ชื่อของยา อาจไม่เหมือนกัน เพราะเนื่องจากแต่ละโรงพยาบาลหรือโดยเฉพาะคลินิก จะซื้อยาจากคนละบริษัทกันทำให้ชื่อทางการค้าแตกต่างกันออกไปแต่ชื่อสำคัญของยาจะกำกับไว้ข้างกล่องภาชนะที่บรรจุ คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องกังวลไปว่ายาเหล่านั้นจะปลอดภัยหรือไม่ ก่อนที่แพทย์จะจ่ายยาให้ไปรับประทานที่บ้าน ย่อมเช็คมาแล้วว่านั้นดีแล้วและได้ตัวยาครบเพราะคุณหมอจะพิจารณาตามสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นหลักหากไม่จำเป็นอาจไม่ต้องจ่ายยานั้นนั้นหมายถึงคุณแม่ตั้งครรภ์สุขภาพดีมาก

หากคุณแม่มีอาการป่วย สามารถดูแลร่างกายโดยง่ายๆไม่ต้องพึ่งยาได้

  1. เป็นไข้ แนะนำให้เช็ดตัวแทนการอาบน้ำ เฃ็ดน้ำเย็นในการเช็ดตัว อาการคตัวร้อนจะดีขึ้น
  2. เจ็บคอ ให้ทานน้ำอุ่นบ่อยๆจะดีขึ้น
  3. เป็นหวัด คุณแม่ควรดื่มน้ำมากขึ้น8-10แก้ว
  4. ปวดหลัง แนะนำให้อาบน้ำอุ่นหรือนวดเบาๆ

 

ยา2

ยาบำรุงเลือด ทำไมไปฝากครรภ์ คุณหมอถึงต้องให้มา

ความสำคัญของยาบำรุงเลือด ยาบำรุงเลือดหรือยาเสริมธาตุเหล็กเป็นยาที่จำเป็นต่อคุณแม่ตั้งครรภ์กันอย่างมากเพราะยาบำรุงเลือดมีความสำคัญดังต่อไปนี้

เป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน

ปกติร่างกายของคนเราจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ โดยเฉพพาะในช่วงของการตั้งครรภ์ ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกลบินจะช่วยในการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายและยังทำให้เซลล์อวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานอย่างดีเยี่ยม

หญิงตั้งครรภ์พบว่าร่างกายของคุณแม่จะมี ระดับของฮีโมโกลบินต่ำ รับผลิตน้อยเกินไปจะส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์เช่นการคลอดกำหนด น้ำหนักของทารกต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานทารกมีความผิดปกติต่อการแท้งสูง หลังคลอดคุณแม่อาจเสี่ยงต่อการตกเลือด ดังนั้นการทานยาบำรุงเลือดขณะตั้งครรภ์จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก

ปริมาณธาตุเหล็ก ที่ควรได้รับในแต่ละวัน

ปริมาณธาตุเหล็กที่ควรได้รับในขณะตั้งครรภ์ คือ 27 มิลลิกรัม/วัน ปริมาณดังกล่าวหากทานอาหารเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กได้ แพทย์จึงต้องให้ยาเสริมธาตุเหล็กหรือเรียกว่ายาบำรุงเลือด เพื่อให้คุณแม่ได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสมไม่มีปัญหาต่างๆตามมานั่นเองนอกจากนี้หลังคลอดเป็นช่วงที่คุณแม่เสียเลือดเยอะจึงต้องได้รับยาเสริมธาตุเหล็กอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยสองถึงสามเดือนเพื่อเป็นการปรับสมดุลย์ของเลือดแดงและฮีโมโกลบินในร่างกายลดภาวะเกิดเลือดจาง

ผลค้างเคียงของการทานยาบำรุงเลือด

การทานยาบำรุงเลือดหรือยาเสริมธาตุเหล็กผลข้างเคียงอาจเกิดการคลื่นไส้อาเจียน ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์3เดือนแรก อาจเกิดการแพ้ท้องอยู่ แพทย์จึงมักไม่ให้ยาตัวนี้อาจไปกระตุ้นการแพ้หนักกว่าเดิมส่วนใหญ่มักให้ยาเสริมธาตุเหล็กเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์4เดือนขึ้นไปและพิจารณาตามอาการแพ้ท้องของคุณแม่