ทารกกับสัตว์เลี้ยง การเลี้ยงสัตว์ร่วมกับเด็กทารกควรใส่ใจความสะอาดเป็นอันดับแรก

ทารกกับสัตว์เลี้ยง พ่อแม่ที่กำลังมีลูกน้อยและเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้านไม่ว่าจะสุนัขหรือแมวก็คงจะกังวลใจไม่น้อยว่าลูกที่เป็นเด็กทารกจะอยู่กับสัตว์เลี้ยงได้ไหมลูกจะเป็นภูมิแพ้หรือเปล่า ได้มีการศึกษาวิจัยจึงพบว่าเด็กเฝแรกเกิดสามารถอยู่กับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้ แถมยังมีพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกันเสียอีกเพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ใส่ใจรักษาความสะอาดและระวังเพียงเล็กน้อยเท่านั้นการที่เด็กอ่อนได้อยู่กับสัตว์เลี้ยงเป็นการสอนทางอ้อมให้เด็กมีพฤติกรรมไม่ก้าวร้าวและรุนแรงในอนาคตทำให้เขาเป็นคนอ่อนโยนและคุณเชื่อหรือไม่ว่าการที่เด็กเติบโตมาพร้อมสัตว์เลี้ยงเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดอาการภูมิแพ้ที่ดีที่สุด

ทารกกับสัตว์เลี้ยง

ทารกกับสัตว์เลี้ยง อยู่ด้วยกันได้มั้ย

  1. ขนสัตว์ทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ขนสัตว์ไม่สามารถทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้ได้แต่สิ่งที่ทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้คือสิ่งที่ติดอยู่บนตัวขนสัตว์การทำความสะอาดตัวสัตว์เลี้ยงเป็นประจำและฉีดยาฆ่าเห็บแทนการหยอดยาก็เพียงพอคุณแม่เป็นกังวลคือกลัวที่ขนสัตว์จะเข้าไปในจมูกของน้อยซึ่งความจริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะร่างกายของคนเรามีกลไกป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่อให้เป็นเด็กหรือหากเด็กและผู้ใหญ่สูดเอาขนสัตว์เข้าไปก็จามทันที
  2. สัตว์เลี้ยงจะทำร้ายลูกฉันมั้ย เนี่ยก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ความสงสัยและเกิดคำถามขึ้นในใจคำตอบคือไม่ต้องมีอะไรกังวลสักนิดเลยเพราะสุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แมวก็มีนิสัยเชื่องโดยธรรมชาตินอกจากว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวดุร้ายเป็นประเภทห่วงอาณาเขตอย่างรุนแรงแต่โดยธรรมชาติสุนัขหรือแมวเป็นสัตว์สังคมเค้าจะไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายลูกของคุณต่อให้ลูกน้อยลงมือทำร้ายสัตว์ของคุณก็ไม่จู่โจมตอบส่วนใหญ่จะเดินหนีเจ้าตัวป่วน
  3. สัตว์เลี้ยงจะอิจฉาลูกเรามั้ย สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งเมื่อมีสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านอาจรู้สึกหงุดหงิดกินน้อยลงอาจถึงขั้นตีตัวออกห่างจากมนุษย์ทางแก้ถึงแม้คุณจะต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณแต่คุณก็ต้องหาเวลากับสัตว์เลี้ยงของคุณเพียงลำพังในแต่ละวันบ้างคุณควรเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของคุณให้เค้ารู้สึกว่าเหมือนเค้าเป็นพี่คนโตของเจ้าตัวเล็ก

ทารกกับแมว

เตรียมตัวอย่างไรให้สัตว์เลี้ยงพร้อมรับเจ้าตัวน้อย

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่เชื่อว่าสุนัขหรือแมวเข้าใจภาษามนุษย์ได้คุณต้องเล่าให้เจ้าตูบฟังเกี่ยวกับสมาชิกใหม่ที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านประหนึ่งว่าเป็นลูกชายของคุณสัตว์เลี้ยงมักทำหน้าที่เหมือนพี่ชายคนโตคอยเล่นกับเจ้าตัวเล็กและคอยดูแลเด็กเวลาที่คุณไม่ได้เฝ้าการเตรียมตัวให้สัตว์เลี้ยงของคุณพร้อมรับกับสมาชิกใหม่ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นอาจฟังดูประหลาดสำหรับบางคนแต่ความคิดที่ดีให้สัตว์เลี้ยงที่ทำความคุ้นเคยกับเด็กก่อนจะคลอดเพราะสัตว์มีสัมผัสไวกว่าหลายเท่าฝึกให้เจ้าตูบคุ้นเคยสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น

ข้อดีของการมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

  • การเลี้ยงสัตว์ทำให้ได้ขยับร่างกายมากขึ้น เพราะการนั้นเจ้าตัวปวดทำให้คุณได้ขยับแข้งขยับขาได้มากขึ้นโดยคุณพาเค้าไปเดินเล่นอย่างน้อยวันละ15นาทีช่วยทำให้เค้าครายความเครียดแถมมีสุขภาพดีทั้งคนและสัตว์
  • เพิ่มทักษะการคิดและตัดสินใจให้แก่ลูกน้อย เป็นการเริ่มต้นเลือกหาสัตว์เลี้ยงโดยให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจช่วยกันหาข้อมูลมาให้เด็กได้รู้ข้อดีข้อเสียของสัตว์แต่ละประเภทก่อนตัดสินใจเลี้ยง
  • สอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ เด็กก่อนวัยเข้าเรียนเข้าอนุบาลสามารถตักอาหารใส่ชามให้สัตว์เลี้ยงได้และช่วยทำความสะอาดกรงสัตว์
  • เป็นประตูด่านแรกให้ลูกคุ้นเคยกับการเข้าสังคม วันไหนที่คุณออกไปเดินเล่รพร้อมลูกแล้วจูงสุนัขตัวน้อยไปด้วยวันนั้นจะเป็นวันพิเศษเพราะจะมีคนเข้ามารุมล้อมถ่ายรูปหรือพูดคุยกับคุณและลูกทำให้เด็กมีความคุ้นเคยสามารถตอบคำถามของคนแปลกหน้าได้อย่างไม่เคอะเขิน

คนกับสัตว์เลี้ยง

ข้อควรระวังของการมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

  • เรื่องความสะอาดสำคัญเป็นอันดับต้น ควรแบ่งพื้นที่ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้เป็นสัดส่วน รักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยงโดยการอาบน้ำบ่อยๆ ไม่สะสมเชื้อโรคที่เสี่ยงต่อโรคต่างๆสอนให้ลูกล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสกับสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ให้ลูกเล่นกับสัตว์แบบผิด ไม่สอนให้ลูกเข้าไปแหย่หรือดึงหาง เวลาที่เค้ากำลังหลับหรือกินข้าวเพราะอาจจะทำให้สุนัขตกใจแล้วเกิดกัดลูกคุณได้
  • เอาใจใส่เรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยง ควรฉีดวัคซีนที่สำคัญให้สุนัขให้ครบเพื่อป้องกันโรคระบาดหากพบว่าอาการสุนัขผิดปกติควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์ทันที
  • ต้องมีเวลาให้ คุณต้องมีเวลาที่จะเลี้ยงเล่นและใส่ใจเขาให้มากพอก่อนที่จะตัดสินใจรับเค้ามาเลี้ยง เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีชีวิตและหัวใจต้องการความรักและความใส่ใจเช่นเดียวกับคน
  • เตรียมรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารค่ายาค่าเครื่องใช้ต่างๆรวมเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเข้ามาในแต่ละเดือนคุณต้องพร้อมที่จะรับภาระตรงนี้ยิ่งถ้าสุนัขป่วยเงินค่ารักษาอาจจะเพิ่มเป็นเท่าตัวควรมีการทำบัญชีสำหรับส่วนนี้เพิ่มไปด้วย